อบรม สถาบันฝึกอบรมสัมมนา ฝึกอบรม หลักสูตรอบรมสัมมนาtraining ฝึกอบรมสัมมนา หลักสูตรอบรมin-house training อบรม ISO

สถาบันฝึกอบรมสัมมนาBIG Q TRAINING จัดฝึกอบรมสัมมนาโดยมีหลักสูตรฝึกอบรมสัมมนาแบบ IN HOUSE TRAINING และ Public Training


เทคนิคการแก้ปัญหาที่รากเหง้า (Problem solving technique to root cause)

การจัดทำเอกสารคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description)

ข้อกำหนดและเครื่องมือหลักสำหรับระบบ ISO/TS16949:2009 (Requirement & Core Tools for ISO/TS16949:2009)

การรายงาน ประสานงาน ปรึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (HORENSO) โฮเรนโซ

ระบบป้องกันความผิดพลาด(Poka Yoke Error Proofing)

การบำรุงรักษาด้วยตนเอง Autonomous Maintenance (AM) ภาคทฤษฏี+ปฏิบัติ 2วัน

การเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีขึ้น (Kaizen) 2วัน





อบรม ฝึกอบรม Training อบรมสัมมนา หลักสูตรอบรม สถาบันฝึกอบรม อบรมISO In-house Training ISO9001 ISO14001 TS16949


ต้องการแลกลิงค์กับเรา
Copy Code ไปไว้ที่เว็บท่านได้เลยครับ
แล้วเมล์มาแจ้งเราจะนำแบบเนอร์ขจงท่าน
มาติดที่เว็บเรา www.bigq.co.th

ดูลิงค์ทั้งหมด



การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง ใน ISO 9001:2015
วันที่ 30 November 1999

การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง ใน ISO 9001:2015
วัตถุประสงค์ของเอกสารนี้
   • เพื่ออธิบายการคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงใน ISO 9001
   • เพื่อรับมือกับการรับรู้และความกังวลว่าการคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงจะเข้ามาแทนที่วิธีการเชิงกระบวนการ
   • เพื่อจัดการกับความกังวลว่าการดำเนินการป้องกันจะถูกนำออกไปจาก ISO 9001
   • เพื่ออธิบายคำศัพท์อย่างง่าย เช่น องค์ประกอบของการคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง
การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงคืออะไร?
   หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน ISO 9001 ฉบับปี 2015 ก็คือการกำหนดให้วิธีการเชิงระบบต้องพิจารณาความเสี่ยง มากกว่าการคิดว่า “การป้องกัน” เป็นองค์ประกอบที่แยกออกไปของระบบการจัดการคุณภาพ
   ความเสี่ยงแฝงอยู่ในทุกแง่มุมของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม   มีความเสี่ยงอยู่ในทุกระบบ กระบวนการ และการทำงาน   การคิดบนพื้นบานความเสี่ยงทำให้มั่นใจได้ว่าความเสี่ยงเหล่านี้ได้รับการระบุ พิจารณา และควบคุมผ่านการออกแบบและการใช้ระบบการจัดการคุณภาพ
   ใน ISO 9001 ฉบับที่ผ่านมา หัวข้อเดี่ยวกับการดำเนินการป้องกันแยกออกจากหัวข้ออื่นๆ   การใช้การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงทำให้มีการพิจารณาความเสี่ยงร่วมด้วย   ซึ่งเป็นไปในเชิงรุกมากกว่าการโต้ตอบในการป้องกันหรือการลดผลกระทบที่ไม่ตั้งใจไว้ ผ่านการระบุและการดำเนินการ   การดำเนินการป้องกันจะรวมอยู่ในระบบ เมื่อระบบการจัดการอยู่บนพื้นฐานของความเสี่ยง
   การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงเป็นสิ่งที่เราล้วนทำโดยอัตโนมัติในชีวิตประจำวัน
   ตัวอย่างเช่น: หากผมต้องการข้ามถนน ผมก็จะมองหาสัญญาไฟก่อนที่จะเริ่มเดินข้าม และจะไม่หยุดตรงหน้ารถที่กำลังแล่น
การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงอยู่ใน ISO 9001 เสมอ – การแก้ไขนี้ทำให้การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงถูกรวมอยู่ในทั้งระบบการจัดการ
   ใน ISO 9001:2015 ต้องมีการพิจารณาการคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงตั้งแต่ต้น และทั่วทั้งระบบ ทำให้มีการดำเนินการป้องกันแฝงอยู่ในกิจกรรมการวางแผน การปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ และการประเมิน
การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการเชิงกระบวนการ
   กระบวนการไม่ทั้งหมดในระบบการจัดการคุณภาพที่มีระดับความเสี่ยงเท่ากัน ในแง่ของความสามารถขององค์กรในการบรรลุวัตถุประสงค์   บางกระบวนการต้องอาศัยการวางแผนและการควบคุมอย่างระมัดระวังและเป็นทางการมากกว่ากระบวนการอื่นๆ
   ตัวอย่าง: ในการข้ามถนน ผมอาจเกิดตรงไปหรืออาจใช้สะพานที่อยู่ใกล้ๆ   ซึ่งกระบวนการที่ผมเลือกจะถูกกำหนดโดยการพิจารณาความเสี่ยง
   ความเสี่ยงเป็นความเข้าใจโดยทั่วไปว่ามีเพียงผลลัพธ์ในทางลบ แต่ผลกระทบของความเสี่ยงสามารถมีได้ทั้งทางลบหรือทางบวก
   ใน ISO 9001:2015 มักกล่าวถึงความเสี่ยงและโอกาสร่วมกัน   โอกาสไม่ใช่ด้านบวกของความเสี่ยง โอกาสเป็นชุดสถานการณ์ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ในการทำบางสิ่ง   การใช้หรือไม่ใช้โอกาสจึงมีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
   ตัวอย่างเช่น: การข้ามถนนตรงๆ ทำให้ผมมีโอกาสที่จะถึงอีกด้านได้อย่างรวดเร็ว แต่หากผมใช้โอกาสนี้ ก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการได้รับบาดเจ็บจากรถที่แล่นอยู่
การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงพิจารณาทั้งสถานการณ์ปัจจุบันและความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลง
   การวิเคราะห์สถานการณ์นี้จะแสดงถึงโอกาสสำหรับกาปรับปรุง
   • รถไฟได้ดินแล่นไปตรงๆ ได้ถนน
   • สัญญาณไฟจราจรคนเดินเท้า
   • เปลี่ยนเส้นทางเพื่อให้พื้นที่ไม่มีการจราจร
ISO 9001:2015 ระบุความเสี่ยงไว้ที่ใด?
   แนวคิดของการคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงอธิบายเอาไว้ในบทนำของ ISO 9001:2015 เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการเชิงกระบวนการ
ISO 9001:2015 ใช้การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงดังนี้:
บทนำ – อธิบายแนวคิดของการคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง
ข้อ 4 – กำหนดให้องค์กรต้องกำหนดกระบวนการใน QMS และจัดการกับความเสี่ยงและโอกาส
ข้อ 5 – กำหนดให้ผู้บริหารสูงสุด
   • ส่งเสริมความตระหนักในการคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง
   • กำหนดและจัดการกับความเสี่ยงและโอกาสที่สามารถส่งผลต่อความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์และบริการ
ข้อ 6 – กำหนดให้องค์กรระบุความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานขง QMS และดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อจัดการ
ข้อ 7 - กำหนดให้องค์กรต้องกำหนดและจัดหาทรัพยากรที่จำเป็น (มีความเสี่ยงโดยนัยเมื่อใช้คำว่า “เหมาะสม”)
ข้อ 8 – กำหนดให้องค์กรจัดการกระบวนการปฏิบัติงาน (มีความเสี่ยงโดยนัยเมื่อใช้คำว่า “เหมาะสม”)
ข้อ 9 – กำหนดให้องค์กรติดตาม วัดผล วิเคราะห์ และประเมินประสิทธิผลของการดำเนินการที่ใช้ในการจัดการกับความเสี่ยงและโอกาส
ข้อ 10กำหนดให้องค์กรแก้ไข ป้องกัน หรือลดผลกระทบที่ไม่ตั้งใจไว้ และปรับปรุง QMS และอัพเดตความเสี่ยงและโอกาส

เหตุใดจึงใช้การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง?
   การพิจารณาความเสี่ยงทั่วทั้งระบบและกระบวนการทั้งหมด ทำให้เป็นไปได้ที่จะปรับปรุงการบรรลุวัตถุประสงค์ ผลลัพธ์มีความสอดคล้องมากขึ้น และลูกค้าสามารถเชื่อมั่นใจได้จะได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คาดไว้
การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง:
   • ปรับปรุงการบริหารงาน
   • จัดตั้งวัฒนธรรมเชิงรุกสำหรับการปรับปรุง
   • มีส่วนช่วยในการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
   • ทำให้มั่นใจถึงความสม่ำเสมอในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ
   • ปรับปรุงความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้า
   บริษัทที่ประสบความสำเร็จจะมีการบูรณาการการคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงเข้าไปด้วย
จะทำได้อย่างไร?
   ใช้การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงในการสร้างระบบการจัดการและกระบวนการ
การระบุว่าอะไรคือความเสี่ยง – ขึ้นอยู่กับบริบท
   ตัวอย่าง: ถ้าผมจะถามถนนที่วุ่นวาย มีรถวิ่งเร็วอยู่จำนวนมาก ความเสี่ยงจะไม่เท่ากับกรณีของถนนแคบและมีรถอยู่น้อย   และยังจำเป็นต้องพิจารณาสิ่งต่างๆ เช่น สภาพอากาศ การมองเห็น การเคลื่อนไหวของบุคคล และวัตถุ

ทำความเข้าใจความเสี่ยงของคุณ
   สิ่งใดที่ยอมรับได้ สิ่งใดที่ยอมรับไม่ได้?   ข้อดีหรือข้อเสียของกระบวนการคือ?
   ตัวอย่าง: ผมต้องการถามถนนอย่างปลอดภัยเพื่อให้เข้าประชุมได้ทันเวลา
   • ยอมรับไม่ได้ที่จะได้รับบาดเจ็บ
   • ยอมรับไม่ได้ที่จะไปสาย
   การไปถึงจุดหมายปลายทางให้เร็วขึ้นจะต้องสมดุลกับโอกาสที่จะบาดเจ็บ   การเข้าประชุมโดยไม่ได้รับบาดเจ็บสำคัญกว่าการไปถึงทันเวลา
   อาจเป็นที่ยอมรับได้ที่จะไปถึงอีกฝั่งของถนนช้าลงโดยใช้สะพานข้าม หากโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บจากการข้ามถนนโดยตรงนั้นสูง
   ผมได้วิเคราะห์สถานการณ์   สะพานข้ามอยู่ห่างออกไป 200 เมตร และทำให้ต้องเพิ่มเวลาในการเดินทาง   สภาพอากาศดี มองเห็นได้ชัดเจน และมองเห็นว่าถนนไม่ได้มีรถมากนักในขณะนั้น
   ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินข้ามถนนไปตรงๆ และยอมรับความเสี่ยงที่ต่ำต่อการได้รับการบาดเจ็บ และจะช่วยให้ผมไปประชุมได้ทันเวลา

การดำเนินการตามแผนเพื่อจัดการกับความเสี่ยง

   ผมจะหลีกเลี่ยงหรือกำจัดความเสี่ยงได้อย่างไร? ผมจะลดความเสี่ยงได้อย่างไร?
   ตัวอย่าง: ผมสามารถกำจัดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่เกิดจากการถูกรถชนได้หากผมใช้สะพานข้าม แต่ผมได้ตัดสินใจแล้วว่าความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการข้ามถนนนั้นยอมรับได้
   ผมจึงวางแผนวิธีการลดทั้งความน่าจะเป็นหรือผลกระทบของการบาดเจ็บ   ผมไม่อาจคาดหวังที่จะควบคุมผลกระทบของการถูกรถชนได้   แต่ผมสามารถลดความน่าจะเป็นในการถูกรถชนได้
   ผมวางแผนที่จะข้ามเมื่อไม่มีรถแล่นอยู่ใกล้ๆ จึงช่วยลดความน่าจะเป็นของอุบัติเหตุ   และยังวางแผนที่จะข้ามถนนตรงจุดที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

การดำเนินการตามแผน – การลงมือปฏิบัติ

   ตัวอย่าง: ผมเดินไปยังอีกฝั่งถนน ตรวจดูว่ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่ ผมตรวจดูแล้วว่าไม่มีรถแล่นมา และระวังรถขณะข้ามถนน
ตรวจสอบประสิทธิผลของการกระทำ – ได้ผลหรือไม่?
   ตัวอย่าง: ผมมาถึงอีกฝั่งถนนโดยปลอดภัยและทันเวลา แผนนี้ใช้ได้ผลและสามารถหลีกเลี่ยงผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์ได้
เรียนรู้จากประสบการณ์ – ปรับปรุง
   ตัวอย่าง: ผมใช้แผนนี้ซ้ำหลายวัน ในช่วงเวลาที่ต่างกัน และสภาพอากาศต่างกัน
   ทำให้ผลได้ข้อมูลในการทำความเข้าใจว่าบริบทที่เปลี่ยนไป (เวลา สภาพอากาศ ปริมาณรถ) ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิผลของแผน และเพิ่มความน่าจะเป็นที่ผมจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ (ไปถึงทันเวลาและหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ)
   ประสบการณ์สอนผมว่าการข้ามถนนในช่วงเวลาหนึ่งของวันนั้นยากมาก เพราะมีรถมากเกินไป   เพื่อจำกัดความเสี่ยง ผมได้ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการของผมโดยใช้สะพานข้ามในช่วงเวลาเหล่านี้
   ผมยังคงวิเคราะห์ประสิทธิผลของกระบวนการและแก้ไขเมื่อบริบทเปลี่ยนไป
   และผมยังคงพิจารณาโอกาสในการปรับปรุง:
   • ผมสามารถเปลี่ยนสถานที่ประชุมเพื่อไม่ต้องข้ามถนนได้หรือไม่?
   • ผมสามารถเปลี่ยนเวลาประชุมเพื่อข้ามถนนเมื่อถนนโล่งได้หรือไม่?
   • ผมสามารถประชุมทางไกลได้หรือไม่?

สรุปผล
   การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง:
   • ไม่ใช่สิ่งใหม่
   • เป็นสิ่งที่คุณทำอยู่แล้ว
   • เป็นสิ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
   • ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงมากขึ้นและปรับปรุงการเตรียมพร้อม
   • เพิ่มความเป็นไปได้ในการบรรลุวัตถุประสงค์
   • ลดความเป็นไปได้ของผลลัพธ์ทางลบ
   • ทำให้มีการป้องกันจนเป็นนิสัย
เอกสารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์
- ISO 31000:2009 การจัดการความเสี่ยง – หลักการและแนวทาง
- PD ISO/TR 31004:2013 การจัดการความเสี่ยง – แนวทางสำหรับการดำเนินการ ISO 31000
- ISO 9001:2015 การคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง – การนำเสนอด้วย Power Point
- ISO 31010:2010 การจัดการความเสี่ยง – เทคนิคการประเมินความเสี่ยง