อบรม สถาบันฝึกอบรมสัมมนา ฝึกอบรม หลักสูตรอบรมสัมมนาtraining ฝึกอบรมสัมมนา หลักสูตรอบรมin-house training อบรม ISO

สถาบันฝึกอบรมสัมมนาBIG Q TRAINING จัดฝึกอบรมสัมมนาโดยมีหลักสูตรฝึกอบรมสัมมนาแบบ IN HOUSE TRAINING และ Public Training


การควบคุมสารต้องห้าม (RoHS v.2.1, ELV And REACH)

การควบคุมด้วยการมองเห็นสำหรับกิจกรรม5ส (Visual Control for 5S Activity)

การบริหารเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหาร Strategic Management for managerial person

การควบคุมสารต้องห้าม (RoHS v.2.1 WEEE And REACH)

เทคนิคการวิเคราะห์และตัดสินใจแก้ปัญหา 2วัน เน้นภาคปฏิบัติ

เทคนิคเบื้องต้น เพื่อลดความผิดพลาดในกระบวนการผลิต

Requirements & Internal Audit for GMP codex





อบรม ฝึกอบรม Training อบรมสัมมนา หลักสูตรอบรม สถาบันฝึกอบรม อบรมISO In-house Training ISO9001 ISO14001 TS16949


ต้องการแลกลิงค์กับเรา
Copy Code ไปไว้ที่เว็บท่านได้เลยครับ
แล้วเมล์มาแจ้งเราจะนำแบบเนอร์ขจงท่าน
มาติดที่เว็บเรา www.bigq.co.th

ดูลิงค์ทั้งหมด


  
วิธีการสอนงาน4 ขั้นตอนตามแนวทางของTWI-JI


ขั้นตอนที่ 1 – การเตรียมตัวก่อนเรียน
   การเตรียมสำคัญมากเพื่อการดำเนินงานอย่างราบรื่น การเตรียมดีหรือไม่จะมีผลต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวถึง50%ขึ้นไป ยังมีคนพูดว่าถึง80% การเตรียมตัวก่อนการสอนก็สำคัญ ผู้เรียน(ผู้ได้รับการฝึกอบรม)มีบทบาทสำคัญในสถานที่สอนเพราะฉะนั้นให้ผู้เรียนเตรียมการเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญ
   1). ทำให้จิตใจสงบ
   โดยอาการเครียด ผู้เรียนจะไม่สามารถสำแดงความสามารถทั้งหมดในการเรียนรู้ ท่าทางเคอะเขิน ถึงแม้ความสามารถปกติยังไม่สามารถแสดงออก ปกติเรียนจากผู้บังคับบัญชาหรือผู้อาวุโส ผู้เรียนย่อมจะรู้สึกเครียด เพราะฉะนั้น มีความจำเป็นที่จะให้กลับสู่สภาพปรกติ แต่ ถ้าคลายเครียดเกินความจำเป็น ก็จะกลายเป็นลดความตั้งใจแล้ว
   2). แจ้งให้ทราบถึงงานที่จะทำ
    ผู้เรียนส่วนใหญ่ก็จะกระวนกระวายใจเพราะอยากรู้ว่าตนกำลังจะหัดทำอะไร เพราะฉะนั้น ควรคลายความกระวนกระวายใจก่อนโดยแจ้งให้ทราบถึงความจำเป็นในการทำงานอะไร เพื่อเป็นการเตรียมตัว
   3). ตรวจวัดระดับความรู้ที่ผู้เรียนมีต่องานนี้
   สอนเรื่องที่ผู้เรียนรู้แล้วเป็นการเสียเวลา เสียแรงหรือวัสดุ ตรงกันข้าม สิ่งที่ไม่รู้แต่นึกว่ารู้เลยไม่สอนจะเป็นการบังคับโดยไร้เหตุผลสำหรับผู้เรียน เพราะฉะนั้นตรวจวัดระดับความรู้ที่ผู้เรียนมีต่องานนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
   4). สร้างบรรยากาศในการเรียนถ้ารู้ผู้เรียนไม่มีความมุ่งหมายปรารถนาในการเรียนรู้
   ไม่ว่าอธิบายละเอียดอย่างไร ผู้เรียนก็อาจเจ้าหูซ้ายทะลุหูขวา หรือแสร้งเป็นมองไม่เห็น เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าว จึงมีความจำเป็นที่จะบอกความสำคัญและความหมายในการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบ
   5).ให้ผู้เรียนเข้าไปในตำแหน่งที่ถูกต้อง
   เพื่อให้ผู้เรียนไม่ตกหล่น เห็นง่ายทำง่าย ไม่เกิดอันตราย ไม่ไห้เกิดภาพลวงตาหรือสิ่งรบกวนจากรอบข้าง ผู้สอนมีความจำเป็นที่จะให้ผู้เรียนเข้าไปในตำแหน่งที่ถูกต้อง โดยมีลักษณะดังกล่าวยังต้องคำนึงถึงจุดที่ว่าเป็นที่ที่ดำเนินการสอนง่าย

ขั้นตอนที่ 2 – การถ่ายทอดงาน
   เนื่องจากผู้เรียนยังไม่มีความสามารถเพียงพอในการดำเนินงานอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นต้องให้คำชี้แนะโดยเริ่มจากการอธิบายสิ่งที่ผู้สอนอยากจะสอน
   1). อธิบายขั้นตอนสำคัญที่ละขั้นตอน โดยเริ่มจากพูดให้ฟัง เขียนให้ดูและทำให้ดู
   ขั้นตอนสำคัญก็คือขั้นตอนในการดำเนินงาน อธิบายการกระทำโดยใช้คำพูด ถ้าทำให้ดูโดยตามลำดับที่เหมาะสม ไม่มีการการตกหล่น อธิบายที่ละรายการ ผู้เรียนจะเข้าใจง่ายขึ้น ที่ละขั้นตอนหมายความว่านอกจากที่ละอัน ยังจำเป็นต้องมีลำดับที่ดีและขั้นตอนที่ชัดเจน
   2). เน้นประเด็นสำคัญ
   ถ้าผู้เรียนเข้าใจขั้นตอนลำดับในการทำงาน ต่อไปก็คือให้เรียนรู้ประเด็นสำคัญในการดำเนินขั้นตอนดังกล่าวอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จของงาน ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัย การดำเนินงานอย่างง่ายๆ มีความจำเป็นที่จะสร้างความประทับใจ และจดจำอย่างเม่นยำ ถ้าอธิบายพร้อมกับเรื่องอื่น ก็จะทำให้ประเด็นสำคัญไม่เห็นความสำคัญ แสดงประเด็นสำคัญให้พวกเขาดู อธิบายซ้ำๆกันด้วยคำพูดที่สั้นกะทัดรัด ได้ใจความและลำดับที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญ
   3). สอนอย่างชัดเจน ควบถ้วนและอดทน
   การพิมพ์รายการนี้ตัวหนังสือเอียงและนูนออกไปทางซ้ายหมายถึงรายการนี้เหมาะสำหรับรายการทั้งหมดในขั้นตอนนี้ เพราะฉะนั้นควรอธิบายด้วยคำพูดที่ชัดเจน ท่าทางที่ชัดเจน อธิบายซ้ำๆกันอย่างอดทน และไม่ตกหล่น ขณะเดียวกันประเด็นสำคัญ ข้ออ้างอิงของประเด็นสำคัญ เหตุผลที่มีประเด็นสำคัญดังกล่าว ยังต้องอธิบายอย่างครบถ้วน เพื่อป้องกันการตกหล่น ไม่สอนอย่างอดทนแบบม้าตีนต้น ไม่เต็มที่ก็ไม่สามารถให้ผู้เรียนเริ่มดำเนินงานได้อย่างปรกติ เพราะฉะนั้น ผู้เรียนจะล้มเหลวและเสียเวลาพร้อมมีปัญหาตามมา จึงจำต้องจัดการปัญหาตกค้าง และต้องการสอนใหม่ เนื่องจากงานยุ่ง จึงต้องการเรียนรู้วิธีสอนด้วยบัตรใบนี้ อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นวิธีสอนที่แน่ชัดและน่าเชื่อถือ จำเป็นต้องเสนออย่างอดทน
   4). อย่าเกินความเข้าใจของผู้เรียน
   รายการนี้หมายถึงรายการทั้งหมดที่อยู่ในขั้นตอนที่2 การบังคับให้ผู้เรียนทำเกินความเข้าใจและความสามารถ จะทำให้ผู้เรียนน้อยเนื้อน้อยใจหรือรู้สึกไม่พอใจต่อผู้สอน หรือเกิดความรู้สึกไม่อยากจะแสวงหาความก้าวหน้าหรือเบื่อหน่าย ฝืนใจย่อมจะเสียมากว่าได้ ก็คือสอนต้องไปตามสภาพความสามารถของผู้เรียน

ขั้นตอนที่ 3 – การทดลองปฏิบัติ
   งานส่วนใหญ่เพียงจดจำไว้ในสมอง เข้าใจอย่างเดียวยังดำเนินการไม่ได้ รู้ว่าเป็นไรคือเรื่องหนึ่ง สามารถทำก็คืออีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้น หลังการอธิบายควรให้ผู้เรียนลองทำ
   1). ให้ผู้เรียนลองทำ-แก้ความผิด
   ก่อนอื่น ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ถ้าทำผิด ให้แก้โดยเร็ว พยายามอย่าให้ติดนิสัยที่ไม่ดี
   2). ให้ลองทำ ขณะเดียวกันให้บอกขั้นตอนที่สำคัญ
   ขั้นตอนในการดำเนินงานคืออธิบายการเคลื่อนไหวด้วยคำพูด เพราะฉะนั้น สามารถทำได้ ขั้นตอนก็จะอธิบายได้ง่ายขึ้น ให้ผู้เรียนบอกขั้นตอนสำคัญ สามารถให้เขาแน่ใจเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานแล้วจดจำไว้ในใจ
   3). ให้ลองอีกทีขณะเดียวกันให้บอกจุดสำคัญ
   ให้เข้าใจและลองด้วยตนเอง ขณะเดี่ยวกันบอกจุดสำคัญ แล้วค่อยเรียบเรียงจุดสำคัญในสมองและเข้าใจว่าทำไมเป็นจุดสำคัญ ต้องแน่ใจว่าจำได้แล้ว แม้ว่าดูจากข้างนอก ผู้เรียนได้ทำตามจุดสำคัญอย่างถูกต้อง แต่เราไม่สามารถที่จะดูจากภายนอกว่าผู้เรียนได้สำนึกถึงจุดสำคัญจริงๆหรือไม่ จึงมีความจำเป็นให้บอกจุดสำคัญ
   4). สอนจนได้เข้าใจอย่างถ่องแท้
   รายการนี้เป็นรายการชี้แนะสำหรับทุกคนในขั้นตอนที่ 3 คือให้ผู้สอนรู้อย่างแน่ชัดว่าผู้เรียนเข้าใจแน่นอน กรณีอย่างนี้ มีความจำเป็นที่จะเรียนรู้ว่าผู้เรียนได้เข้าใจจุดสำคัญในงานและขั้นตอนที่สอนในขั้นตอนที่ 2 และเหตุผลที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 4 – การตรวจสอบผลงาน
   1). ให้ผู้เรียนเริ่มงาน
   ในขั้นตอนที่ 3 ถ้าผู้เรียนได้เข้าใจแน่นอนแล้ว ก็สามารถให้เริ่มงานด้วยตนเอง ตั้งแต่นี้ไป ผู้เรียนไม่ควรมีลักษณะพึ่งพาอาศัย และจะเริ่มงานด้วยความรู้สึกในการรับผิดชอบ
   2). ระบุคนที่สามารถให้ความช่วยเหลือ
   กำหนดคนที่สามารถขอคำแนะนำได้ในเวลามีข้อสงสัย ผู้เรียนก็จะไม่รู้สึกงงกระวนกระวายว่าต้องขอคำชี้แนะจากที่ไหน และสามารถได้รับคำชี้แนะจากผู้สอนที่ดี
   3).ตรวจสอบเป็นประจำ
   ในขั้นตอนแรกที่รับงานย่อมจะลืมง่าย เข้าใจผิดหรือเกิดความผิดพลาดง่าย เพราะฉะนั้นควรดูวิธีผู้เรียนทำงานอย่างละเอียด และให้การแก้ไขทันกาลก่อนที่จะมีการผิดพลาด ผู้เรียนก่อนที่จะถนัดเรื่องงาน ควรรู้สึกตื้นตันใจต่อคนที่ให้คำชี้แนะบ่อยๆ
   4). ส่งเสริมให้ตั้งคำถาม
   ผู้เรียนเนื่องจากแกรงใจผู้สอนหรือไม่ยอมให้คนอื่นรู้ว่าตนเองเรียนไม่เก่ง ย่อมไม่ค่อยถามคำถาม เพราะฉะนั้น ผู้สอนควรพยายามสร้างบรรยากาศสำหรับการเสนอปัญหา ให้ผู้เรียนยินดีที่จะถามคำถาม
   5). ค่อยๆลดคำชี้แนะตามลำดับ
   เวลาผ่านไปแล้ว ผู้เรียนได้ค่อยๆถนัดขึ้น คำชี้แนะก็ควรค่อยๆลดน้อยลงตามลำดับ ถ้าถนัดแล้วยังตรวจบ่อยๆอย่างที่อบรมแรกๆ ไม่มีความจำเป็นอีกแล้วและเสียเวลาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เรียนอาจเกิดความไม่พอใจหรือไม่เชื่อใจ เนื่องจากมีความรู้สึกว่าตนได้ถูกมองว่าไม่ถนัดงาน แม้ว่าควรลดคำชี้แนะให้น้อยลงตามลำดับ แต่คำชี้แนะที่ควรมีสำหรับผู้ดำเนินงานยังคงมีต่อไป

   Remark : ถ้าสั่งสอนอบรมตามสี่ขั้นตอนนี้ ผู้เรียนต้องสามารถเรียนรู้ได้ ถ้าไม่ทำตาม ผู้เรียนอาจเรียนไม่เป็น เพราะฉะนั้น ผู้ฝึกสอนควรตักเตือนตนเองโดยตลอดด้วยความคิดที่ว่า “ผู้เรียนเรียนไม่รู้เรื่อง เพราะข้าพเจ้าสอนไม่ดี” ทุกสิ่งทุกอย่างถ้าไม่มีการพินิจพิจารณาตัวเอง ก็ย่อมจะไม่มีความก้าวหน้า